ในโลกธุรกิจที่หมุนเร็วขึ้นทุกวัน คำว่า "กลยุทธ์" มักถูกตีความว่าเป็นแผนงานที่ซับซ้อนหรือการพยายามไล่ตามเทคโนโลยีใหม่ ๆ ให้ทัน
แต่จากมุมมองของคุณโสภณ ศุภมั่งมี ผู้แปลหนังสือและผู้ที่ได้ตกผลึกบทเรียนจากหนังสือ "This is Strategy" โดย Seth Godin เราจะพบว่าแก่นแท้ของกลยุทธ์อาจเรียบง่ายและทรงพลังกว่านั้น
นี่คือ 3 แนวคิดสำคัญที่จะช่วยให้คนทำธุรกิจก้าวข้ามกับดักเดิมๆ และสร้างความได้เปรียบได้มากขึ้น
1. Staying in your lane: การยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองถนัด
หนึ่งในบทเรียนที่น่าสนใจที่สุดคือประโยคที่ว่า "You can't out-Amazon Amazon" หรือคุณไม่มีทางเป็นแอมะซอนได้ดีกว่าแอมะซอนเอง กรณีศึกษาของ Walmart ที่สามารถยืนหยัดสู้กับยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซได้ ไม่ใช่เพราะเขาพยายามเปลี่ยนตัวเองให้เป็นเหมือน Amazon แต่เพราะเขารู้ว่า "ลู่" ของตัวเองคืออะไร
การพยายามเปลี่ยนตัวเองทั้งหมดเพื่อไปสู้ในสนามของคู่แข่งที่เก่งกว่าในเรื่องนั้นๆ อาจหมายถึงการทิ้งจุดแข็งที่ตัวเองสั่งสมมา การพยายามเป็นเหมือนผู้นำตลาดทั้งที่ "เราไม่ใช่พวกเขา" หรือการดันทุรังทำในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวตน เป็นวิธีที่ Seth Godin ระบุชัดเจนว่า "ใช้ไม่ได้ผล"
“อย่าเล่นเกมที่รู้ว่าแพ้”
กลยุทธ์ที่ดีไม่ใช่การทิ้งจุดแข็งเดิมเพื่อไปสู้ในที่ที่คู่แข่งเก่งกว่า แต่คือการเข้าใจว่าเราเป็นใครและใครคือลูกค้าของเรา การยืนหยัดในสิ่งที่ตัวเองถนัดไม่ใช่การหยุดนิ่ง แต่คือการปรับตัวโดยไม่สูญเสียตัวตน เพราะการพยายามเป็นทุกอย่างเพื่อทุกคน สุดท้ายอาจหมายถึงการไม่ได้เป็นอะไรเลยสำหรับใครเลย
2. The Trap of Doing Everything: กับดักของการทำ ‘ทุกอย่าง’
เมื่อพูดถึงกลยุทธ์ในปีหน้า ความท้าทายอาจไม่ใช่การหาคำตอบว่า "จะทำอะไรเพิ่มดี?" แต่คือการถามตัวเองว่า "เราจะยอมทิ้ง หรือไม่ทำอะไร เพื่อให้เหลือแต่สิ่งที่สำคัญที่สุด?"
คุณโสภณบอกว่าความเย้ายวนในยุคนี้คือเราพยายามที่จะวิ่งตามทุกช่องทาง ทั้ง TikTok, LinkedIn, Facebook, Instagram และอีเมล การพยายามปรากฏตัวในทุกที่ (Omnichannel แบบหว่านแห) คือความเสี่ยงที่จะทำให้คนทำธุรกิจ "ทำไม่เสร็จเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง"
ความท้าทายไม่ใช่การหาลูกค้าเพิ่ม แต่คือการ "กล้าปฏิเสธลูกค้าบางกลุ่ม" หรือเมินโอกาสบางอย่างที่ไม่ใช่ของเราจริงๆ เพื่อที่จะได้โฟกัสกับกลุ่มเป้าหมายที่ถูกต้องที่สุด (ซึ่งขัดกับสัญชาตญาณคนทำธุรกิจที่มักเสียดายโอกาส)
กลยุทธ์ที่คมชัดเกิดจากการกล้าปฏิเสธลูกค้าบางกลุ่ม หรือเมินโอกาสบางอย่างที่ไม่ใช่ตัวเรา เพื่อที่จะทุ่มเทพลังทั้งหมดให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ "ใช่" จริงๆ การยอมรับความจริงที่เจ็บปวดว่า "เรามีไม่ได้ทุกอย่าง" คือจุดเริ่มต้นของการสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งและโดดเด่นอย่างแท้จริง
3. Quality Decision Over Outcome: 'ตัดสินใจและลงมือทำ' โดยไม่ผูกติดกับผลลัพธ์
หลายคนมักตกกับดัก "ภาวะอัมพาตทางการตัดสินใจ" เพราะต้องการรอให้มั่นใจ 100% ว่าผลลัพธ์จะออกมาดี แต่ Seth Godin เตือนใจเราว่า "การตัดสินใจที่ดี ไม่เท่ากับ ผลลัพธ์ต้องดีเสมอไป"
การยืนเฉย ๆ หรือไม่ทำอะไรเลย ดูเหมือนปลอดภัย แต่มันคือการ "ทิ้งอำนาจในการตัดสินใจ" และตัดโอกาสในการสร้างสิ่งที่มีความหมายไปโดยสิ้นเชิง
สิ่งที่ควรเลือกทำในวันนี้คือ "การตัดสินใจที่มีคุณภาพ" ซึ่งหมายถึงการวิเคราะห์ข้อมูลที่มีอยู่ตรงหน้าในขณะนี้ให้ดีที่สุด แล้วฟันธงลงไป เพราะนั่นคือสิ่งเดียวที่เราควบคุมได้ ส่วนผลลัพธ์เป็นเรื่องของอนาคตที่เราควบคุมไม่ได้
“การตัดสินใจที่ดีย่อมมีคุณค่าในตัวมันเอง แม้ว่ามันอาจไม่ได้พาเราไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีเสมอไปก็ตาม” - Seth Godin
"This is Strategy" ไม่ใช่แค่เรื่องของการวางแผน แต่คือวิชาของการเลือกยืนหยัดในจุดที่แข็งแกร่ง การกล้าตัดสินใจในสภาวะที่ไม่แน่นอน และการรักษาโฟกัสท่ามกลางโอกาสที่ถาโถมเข้ามา หากคุณสามารถรักษา "ลู่" ของตัวเองไว้ได้ และกล้าที่จะ "ปฏิเสธ" สิ่งที่ไม่ใช่ คุณก็พร้อมแล้วที่จะรับมือกับทุกความท้าทายในปีหน้า
เรียบเรียงเนื้อหาจากบทสัมภาษณ์คุณโสภณ ศุภมังมี เกี่ยวกับหนังสือ "This is Strategy วิชาเอาตัวรอดด้วยสุดยอดกลยุทธ์" โดย Seth Godin (สำนักพิมพ์ Being)
สั่งซื้อหนังสือ "This is Strategy วิชาเอาตัวรอดด้วยสุดยอดกลยุทธ์" ได้ที่
Website: https://bit.ly/4c3TWSR
Shopee: https://s.shopee.co.th/AKR1XXeb4A

