โลกไม่ได้ต้องการแค่คนที่ใช้ AI เป็น แต่อาจต้องการคนที่เห็นว่า AI ควรถูกใช้ตรงไหน
ซีดีจี จุดประกาย Tech Talent ทีม ‘LUMOS’ คว้าชัยด้วยโปรเจกต์ค AI ตรวจจับไฟทางหลวงดับ ช่วย จนท. แก้ไขรวดเร็ว ปชช. ปลอดภัย ในงาน ‘CDG Hackathon 2026’ เปลี่ยนไอเดียแก้โจทย์ประเทศ
นิสิต นักศึกษาจาก 18 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ร่วมเปล่งแสงบนเวที CDG Hackathon 2026 ภายใต้โจทย์ ‘AI for a Better Society Platform’ ก่อนที่ทีม LUMOS จากพระจอมเกล้าลาดกระบัง คว้ารางวัลชนะเลิศจากผลงาน Night Watch ที่นำ AI และข้อมูลมาพัฒนาเป็นโซลูชันเพื่อยกระดับ ความปลอดภัยบนท้องถนนและการบริหารจัดการระบบไฟฟ้าแสงสว่างภาครัฐ สะท้อนพลังของคนรุ่นใหม่ในการเปลี่ยนไอเดียสู่การใช้งานจริง ภายใต้แนวคิด ‘Feed AI. Force Data. Fix Society’ เพราะเทคโนโลยีที่มีความหมายที่สุด คือเทคโนโลยีที่ช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้คนดีขึ้นได้จริง
“ถนนหนึ่งเส้นมีไฟดับอยู่ตรงไหนบ้าง?”
คำถามนี้อาจดูไม่ซับซ้อน แต่ในความเป็นจริง การจะรู้ว่าไฟฟ้าแสงสว่างบนทางหลวงต้นใดกำลังมีปัญหา ยังต้องอาศัยทั้งการแจ้งจากประชาชนและการส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจด้วยตัวเอง
ข้อมูลจากทีม Lumos ระบุว่า ในพื้นที่นำร่อง แขวงทางหลวงต้องซ่อมไฟประมาณ 396 ครั้งต่อปี หรือเฉลี่ย 33 ครั้งต่อเดือน แต่มีเพียงประมาณ 12% ที่ได้รับแจ้งจากประชาชน ส่วนที่เหลือต้องอาศัยเจ้าหน้าที่ออกตรวจตามสายทาง ซึ่งต้องใช้ทั้งคน เวลา และงบประมาณ
เบื้องหลังของ Night Watch ไม่ได้เริ่มจากการถามว่า AI รุ่นไหนเก่งที่สุด แต่เริ่มจากการทำความเข้าใจว่า “คนทำงานกำลังเสียเวลาไปกับอะไร”



โครงการ CDG Hackathon 2026 เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ร่วมพัฒนาโซลูชัน AI ที่ตอบโจทย์ความท้าทาย 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน (Quality of Life) การพัฒนาระบบบริการภาครัฐที่โปร่งใสและเข้าถึงได้ (Transparent Governance) และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน (Sustainable Environment) ซึ่งทุกผลงานต้องผ่านเกณฑ์การประเมินด้านความเข้าใจปัญหา ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม การนำเสนอผลงาน และศักยภาพของการนำไปใช้ได้จริง เพื่อผลักดันนวัตกรรมจากห้องเวทีสู่การสร้างประโยชน์ต่อสังคมได้จริง
การแข่งขันภายใต้แนวคิด “AI for a Better Society Platform” เปิดพื้นที่ให้นิสิตนักศึกษาพัฒนา AI Solution เพื่อรับมือกับความท้าทายของสังคม ทั้งการยกระดับคุณภาพชีวิต การพัฒนาบริการภาครัฐที่โปร่งใสและเข้าถึงได้ และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน
โดยไม่ได้วัดเพียงว่าใครสร้างเทคโนโลยีได้หวือหวาที่สุด แต่ดูตั้งแต่ความเข้าใจ Pain Point ความคิดสร้างสรรค์ การนำเสนอ ไปจนถึงศักยภาพในการนำ Solution ไปใช้งานจริง
ดร.ธนพร ฐิติสวัสดิ์ ประธานบริษัท จีไอเอส จำกัด ตัวแทนจากกลุ่มบริษัทซีดีจี ระบุว่า ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังก้าวผ่านการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล AI ไม่ได้มีบทบาทเพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ยังสามารถเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับบริการประชาชนและการพัฒนาประเทศได้
“สิ่งสำคัญที่สุดของการแข่งขันครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการมอบรางวัลแก่ผู้ชนะ แต่คือการเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ค้นพบว่า ศักยภาพ และเทคโนโลยีที่พวกเขาพัฒนาขึ้น สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อชีวิตของผู้คน
และสังคมได้จริง ซึ่งกลุ่มบริษัทซีดีจีพร้อมเป็นแรงหนุนสำคัญในการส่งเสริม นำพาไอเดียเหล่านี้ไปต่อยอด
ร่วมเคียงข้างน้อง ๆ คนรุ่นใหม่ เพื่อเติบโตเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตที่ดียิ่งขึ้นอย่างยั่งยืน” ดร.ธนพร กล่าวทิ้งท้าย
สำหรับซีดีจี เป้าหมายของ Hackathon จึงไม่ได้จบที่การหาทีมผู้ชนะ แต่คือการเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ทดลอง เปลี่ยนความคิดสร้างสรรค์และความรู้ด้านเทคโนโลยีให้กลายเป็น Solution ที่สร้างผลกระทบต่อสังคมจริง พร้อมเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่เข้ากับภาคการศึกษา ภาคธุรกิจ และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม