ประกาศสด ๆ ร้อน ๆ ที่ผ่านมาเมื่อ OpenAI เริ่มทยอยปล่อย 'ChatGPT Ads' ในไทยอย่างเป็นทางการ ต่อไปนี้เวลาเราพิมพ์ถาม วางแผนงาน หรือให้ AI ช่วยเปรียบเทียบข้อมูล เราอาจจะได้เห็น "โฆษณาของแบรนด์" ปรากฏขึ้นมาด้วย เรื่องนี้เปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานของเราแน่นอน กระทบทั้งฝั่งคนใช้งาน และเป็นโอกาสใหม่ของคนทำแบรนด์ มาดู 8 เรื่องสำคัญที่ CREATIVE TALK สรุปมาให้ในโพสต์นี้
1. สายฟรีมีลุ้นเจอแอด ส่วนสายเปย์สบายใจได้
ผู้ใช้แพ็กเกจ Free และ Go มีโอกาสเห็นโฆษณา (แต่ไม่ได้แปลว่าจะเด้งรบกวนทุกครั้งที่ถามนะ) ส่วนใครที่จ่ายเงินซับสคริปชันอยู่แล้วอย่าง Plus, Pro, Business, Enterprise หรือ Edu จะไม่เจอโฆษณามากวนใจ รวมถึงแอคเคานต์ที่ระบุว่าอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็จะไม่เห็นโฆษณาเช่นกัน
2. โฆษณาแยกส่วนชัดเจน และแบรนด์ซื้อคำตอบจาก AI ไม่ได้
จุดนี้หลายคนน่าจะกังวล แต่สบายใจได้ครับ โฆษณาจะถูกแยกไปอยู่ใต้คำตอบ และมีป้ายกำกับบอกชัดเจน แบรนด์ไม่สามารถจ่ายเงินเพื่อกำหนดให้ ChatGPT ตอบเข้าข้างหรือเชียร์แบรนด์ตัวเองแบบเนียน ๆ ในเนื้อหาแชตได้ สรุปคือ คำตอบของ AI ยังคงเป็นกลางและเป็นอิสระเหมือนเดิม
3. โฆษณาจะโผล่มาตาม "บริบท" ที่เรากำลังคุย
สมมติเรากำลังพิมพ์ถาม ChatGPT ว่า "แนะนำซอฟต์แวร์จัดการโปรเจกต์สำหรับทีมเล็กให้หน่อย" ระบบอาจจะหยิบโฆษณาแอปซอฟต์แวร์มาโชว์พอดี ตรงนี้แหละที่น่าสนใจสำหรับนักการตลาด! เพราะมันไม่ใช่การหว่านโฆษณาตอนคนไถฟีดเล่น ๆ แต่เป็นการยิงแอดในจังหวะที่คนกำลัง หาข้อมูลและพร้อมตัดสินใจจริง ๆ
4. สบายใจได้ แบรนด์ไม่ได้มาแอบอ่านแชตเรา
หลายคนระแวงเรื่อง Privacy ยืนยันตรงนี้เลยว่า แบรนด์ที่ลงโฆษณาจะไม่เห็นข้อความแชต ประวัติการคุย หรือความทรงจำ (Memory) ของเรา สิ่งที่แบรนด์จะได้เห็นมีแค่ข้อมูลภาพรวม เช่น ยอดวิวหรือยอดคลิกเท่านั้น ความลับบริษัทเรายังปลอดภัย
5. เรายังพอตั้งค่า ควบคุมโฆษณาเองได้บ้าง
ถ้าไม่อยากให้ระบบเอาข้อมูลเราไป Personalize โฆษณา สามารถเข้าไปปิดได้ที่เมนู การตั้งค่า --> การควบคุมโฆษณา (Ad Controls) แต่หมายเหตุนิดนึงว่า การปิดตรงนี้ไม่ได้แปลว่าจะไม่เห็นแอดเลยนะ เราอาจจะยังเห็นโฆษณาที่เกี่ยวกับหัวข้อที่เรากำลังคุยกับ AI อยู่ดี
6. ฟีเจอร์ใหม่! เห็นแอดแล้วกดถาม AI ต่อได้เลย
ปกติ ChatGPT จะไม่รู้หรอกว่าหน้าจอเรามีโฆษณาอะไรโชว์อยู่ แต่ถ้าเราเห็นโฆษณาชิ้นไหนแล้วสนใจ เราสามารถกดเมนูตรงโฆษณาแล้วเลือก “ถาม ChatGPT” ได้เลย! เช่น เห็นโฆษณาเครื่องมือทำงานโผล่มา เราสามารถโยนเข้าแชตแล้วพิมพ์ถามต่อได้ว่า "แอปตัวนี้เหมาะกับทีมฉันไหม?" AI ก็จะช่วยวิเคราะห์ให้ (โดยที่คำตอบก็ยังเป็นกลาง ไม่ได้โดนแบรนด์ครอบงำ)
7. โอกาสใหม่ไม่ได้เปิดเท่ากันทุกหมวดสินค้า
OpenAI ระบุว่าช่วงแรกเน้นหมวดอย่างสินค้าในชีวิตประจำวัน
- สินค้าไลฟ์สไตล์และของใช้ในบ้าน (Lifestyle and household goods)
- บริการในท้องถิ่น (Local services)
- การท่องเที่ยวและความบันเทิง (Travel and experiences)
- สินค้าดิจิทัลและการศึกษา (Digital products or education)
นี่คือ หมวดหลัก ที่ OpenAI ระบุไว้ ยังไม่ใช่รายชื่อสินค้าทุกชิ้นที่ได้รับอนุมัติให้ลงโฆษณา ซึ่งแน่นอนว่าในอนาคตจะมีการเพิ่มเติมหมวดอื่น ๆ อีก ซึ่งต้องรอติดตามเรื่อย ๆ
แล้วธุรกิจการเงิน สุขภาพ และกฎหมายล่ะ?
สามกลุ่มนี้มีเงื่อนไขเฉพาะ และสำหรับธุรกิจในไทยต้องดูให้ละเอียดขึ้น บริการการเงินและบริการสุขภาพ นอกสหรัฐฯ โดยทั่วไปยังไม่อนุญาต ส่วนบริการกฎหมาย นอกสหรัฐฯ ยังไม่อนุญาต ตามนโยบายปัจจุบัน
8. ไม่ใช่ทุกบทสนทนาจะมีโฆษณา
OpenAI ระบุว่าจะไม่วางโฆษณาใกล้บทสนทนาเรื่องละเอียดอ่อน เช่น สุขภาพส่วนตัว สุขภาพจิต หรือการเมือง และ แชตชั่วคราว (Temporary Chat) จะไม่มีโฆษณา เรื่องนี้ช่วยให้คนทั่วไปเห็นขอบเขตของระบบชัดขึ้น โดยหมวดที่ OpenAI ระบุข้อห้ามไว้
9. ธุรกิจในไทยเริ่มสมัครได้ แต่ต้องผ่านการตรวจสอบก่อน
ประเทศไทยอยู่ในรายชื่อที่เปิดให้สมัคร Ads Manager แบบจัดการเองแล้ว อย่างไรก็ตาม การสมัครบัญชียังต้องผ่านการตรวจข้อมูลธุรกิจและประเภทสินค้าหรือบริการก่อนเริ่มลงโฆษณา
ที่มา