เพราะ ‘ความตาย’ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกลัว แต่เป็นเรื่องที่เราทุกคนควร ‘เตรียมตัว’ และ ‘ทำความเข้าใจ’ ให้มากขึ้น
สำหรับบริบทของคนไทย ‘ความตาย’ มักถูกมองว่าเป็น ‘เรื่องต้องห้าม’ ที่ไม่ควรพูดถึงหรือเข้าใกล้ แต่ในโลกที่หมุนไว และไม่แน่นอนนี้ ทำให้การสูญเสียมาถึงก่อนที่จะได้เตรียมตัวหรือเตรียมใจได้ทัน และนั่นทำให้ใครหลายคนต้องเผชิญกับความเศร้า และกระบวนการจัดการงานศพที่แสนยุ่งเหยิง จนรู้สึกว่ามันเป็นวันที่ยากที่สุดในชีวิต แต่จะดีกว่าไหม.. มีใครสักคนมาช่วยโอบกอดความรู้สึก และช่วยลดขั้นตอนที่ยุ่งยากเหล่านั้นให้มันง่ายขึ้น?
บทความนี้ CREATIVE TALK อยากชวนผู้อ่านทุกคน มาเจาะแนวคิดเบื้องหลังของ ‘สุริยาหีบศพ คลองหลวง’ ธุรกิจความตาย ที่คอยดูแล และให้บริการหลังการตายแบบครบวงจรมานานกว่า 69 ปี พร้อมเยียวยาวันที่ยุ่งยากให้ง่ายขึ้น โดยคุณหนุ่ม วิโรจน์ สุริยเสนีย์ เจ้าของ และผู้บริหารธุรกิจ สุริยาหีบศพ คลองหลวง
เปลี่ยน ‘วันที่ยากให้ง่ายที่สุด’ แนวคิดสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเกี่ยวกับความตาย ไม่มีวันตาย
การที่ ‘สุริยาหีบศพ’ เป็นที่พูดถึง และเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าจดจำได้มายาวนานหลายสิบปีไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นแนวคิดในการบริการของแบรนด์ ที่ต้องการเปลี่ยนวันที่ยากที่สุดของใครบางคน ให้กลายเป็นวันที่ง่ายที่สุด ซึ่งถือเป็น ‘หัวใจสำคัญ’ ที่ทายาททุกรุ่น รวมถึงพนักงานในร้านต้องจำให้ขึ้นใจ เพราะการจัดการงานศพอาจเกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียว สุริยาหีบศพจึงต้องทำให้การดูแล และบริการทุกครั้งออกมาดีที่สุด เพื่อให้ในวันที่ยากลำบาก สุริยาหีบศพจะเป็นชื่อแรกที่นึกถึง
เมื่อการบริการที่ดีเกิดขึ้นกับลูกค้าเจ้าหนึ่ง ก็จะสามารถกระจายความไว้ใจ และเชื่อมั่นให้กับคนอื่น ๆ ที่เห็นการดูแลจัดการภายในงานได้ด้วยเช่นกัน จนกลายเป็นการ ‘บอกต่อ’ ที่ทำให้ธุรกิจนี้เติบโตได้เรื่อย ๆ และไม่มีวันตายนั่นเอง
“ในหนึ่งงานเราพยายามทำให้เขาจำเราให้ได้ ถ้าวันไหนที่เขาสูญเสียคนรัก แล้วนึกถึงเรา วันนั้นคือเราประสบความสำเร็จแล้วครับ”
สำหรับ ‘สุริยาหีบศพ คลองหลวง’ ก็ยึดแนวคิดนี้ในการดูแลลูกค้าเช่นกัน เพราะเชื่อว่าการบริการที่มาจากใจไม่ได้มองแค่เรื่องของเงิน จะทำให้ผู้คนนึกถึงเมื่อเจอความสูญเสีย แต่สิ่งที่แตกต่างระหว่างการบริหารของคุณสมชาย สุริยเสนีย์ (ยุคก่อตั้ง) และคุณหนุ่ม (ทายาทรุ่นที่ 2) คือการเปิดให้บริการงานศพแบบ Full-Service อย่างแท้จริง จัดการให้ครบจบในที่เดียว เพื่อลดความยุ่งยากให้น้อยที่สุด นอกจากนี้อีกหนึ่งจุดเด่นของ สุริยาหีบศพ คลองหลวง เป็นสาขา International ที่สามารถให้บริการได้ทั้งคนไทย และต่างประเทศ พร้อมนวัตกรรมที่เหมาะสมสำหรับประเทศนั้น ๆ อีกด้วย
คุณหนุ่ม กล่าวว่า “เตี่ยทำร้านหีบศพเป็น Coffin Shop อย่างเดียว แต่ผมทำออกมาเป็นรูปแบบของ Full-Service และใช้เรื่องนวัตกรรมให้กับธุรกิจหีบศพ พยายามยกระดับ สัปเหร่อ หรือผู้จัดการศพ ให้ดูแล้วมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น รวมถึงเอานวัตกรรมใหม่ ๆ มาปรับปรุงห้องศพให้ดูสวยงาม แล้วก็ดียิ่งขึ้นครับ”

‘ถึงจะทำธุรกิจเกี่ยวกับความตาย แต่ห้ามหากินกับคนตายเด็ดขาด’ นี่คือกฎเหล็กที่ต้องจำ ของคนที่ทำธุรกิจนี้!
กฎเหล็กสำคัญที่ ‘สุริยาหีบศพ’ ทุกสาขายึดมั่น ไม่ใช่อาศัยช่วงเวลาของความเสียใจ ในการกอบโกยหรือเอาเงินใส่กระเป๋า เพราะสำหรับแบรนด์แล้ว ความตั้งใจคือการเข้ามาช่วยเปลี่ยนวันที่ยากลำบากให้ผ่านไปได้อย่างรวดเร็ว และปลอบประโลมหัวใจให้ความกังวลเหลือน้อยที่สุด
“สูญเสียคนที่รักไปก็มากพอแล้ว ยังจะทำให้เขารู้สึกแย่หรือไม่ดีอีก ทำอย่างนี้เขาเรียกว่า การหากินกับคนตาย”
ในด้านของราคา ‘สุริยาหีบศพ’ มีโลงศพให้เลือกตั้งแต่หลักพันไปจนถึงหลักล้าน รวมถึงการบริการแต่ละขั้นตอนก็มีการพูดคุย อธิบายอย่างต่อเนื่อง ที่ช่วยการันตีได้ว่า ทุกบาททุกสตางค์ที่จ่ายมา จะได้รับการบริการที่คุ้มค่าและสมราคา ซึ่งแสดงให้เห็นว่า จะไม่มีลูกค้าคนไหนโดนเอาเปรียบในช่วงเวลาที่อ่อนไหว จากสุริยาหีบศพอย่างแน่นอน
บทเรียนสำคัญที่เปลี่ยนชีวิต จากคนที่ไม่เคยคิดจะขายหีบศพ สู่ผู้นำของธุรกิจความตาย
หากต้องย้อนกลับไปในช่วงวัยรุ่นของคุณหนุ่มแล้ว เขาเล่าว่าตอนแรกบอกกับตัวเองและพี่น้องภายในบ้านอย่างจริงจังว่า “จะไม่ขายหีบศพแน่นอน” เพราะเห็นคุณสมชายทำงานอย่างหนักจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน แถมเจ้าตัวเองยังสนใจในเรื่องของการเล่นดนตรีมากกว่า จึงเดินไปในเส้นทางนักดนตรีอย่างเต็มตัว ซึ่งต่อมาก็หันมาดูแลอู่ซ่อมรถ แต่แล้วก็พบกับจุดเปลี่ยน เมื่ออู่ซ่อมรถไปไม่รอดเพราะเจอวิกฤต ทำให้สุดท้ายต้องมาทำอาชีพขายหีบศพอยู่ดี
ซึ่งเมื่อได้มาทำอาชีพนี้จริง ๆ กลายเป็นว่าสามารถทำมันออกมาได้ดี เนื่องจากได้เรียนรู้และซึมซับวิธีการทำงานมาตั้งแต่เด็ก จึงทำให้งานนี้กลายเป็นสิ่งที่ถนัด เปลี่ยนจากคนที่ไม่เคยคิดจะขายหีบศพในวันนั้น กลายมาเป็นผู้นำแถวหน้าของธุรกิจสุริยาหีบศพในวันนี้
บทเรียนสำคัญที่ได้เรียนรู้คือ การเลือกทำในสิ่งถนัด ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทไหน ก็สามารถพามันไปต่อ และเติบโตได้เรื่อย ๆ
“จากจุดเปลี่ยนวันนั้น จากไม่อยากทำ เราต้องรู้สึกรักมัน พอรักแล้วเราก็ทำตามที่เตี่ยทำ และเสริมบางอย่างเพื่อทำให้สุริยาแข็งแกร่งขึ้นครับ”

ส่งไม้ต่อสู่ทายาทรุ่นใหม่ สร้างความแข็งแรงให้ ‘สุริยาหีบศพ คลองหลวง’ ในทุกยุคสมัย
คุณหนุ่มเล่าให้ฟังว่า การบริหารของตัวเขาเองก็ส่งผลไปถึงทายาทรุ่น 3 ด้วยเช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันนี้สำหรับสุริยาหีบศพ คลองหลวง ตัวเขาเองก็ลดบทบาทลง เพื่อให้ทายาทรุ่นต่อไปได้บริหาร และจัดการด้วยตัวเองมากขึ้น
ซึ่งหากมองย้อนกลับไปจะเห็นว่าการเติบโตของสุริยาหีบศพในแต่ละช่วงเวลานั้น ถูกต่อยอดจากการบริหารในแต่ละรุ่น เพื่อให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ได้แก่
รุ่นที่ 1 (โดยคุณสมชาย สุริยเสนีย์): เป็นการบริการตามสิ่งที่มีอยู่ เน้นเรื่องการบริการให้เข้าถึง และเข้าใจลูกค้าอย่างจริงใจ
รุ่นที่ 2 (โดยคุณหนุ่ม วิโรจน์ สุริยเสนีย์): เป็นการเข้ามาเสริมในเรื่องของนวัตกรรม เช่น น้ำยาฉีดศพ เตียงฉีดยา รวมถึงการฌาปนกิจศพในรูปแบบใหม่ ๆ
รุ่นที่ 3 (โดยคุณโบว์ รมิดา และคุณแบม พิมพ์ลภัส สุริยเสนีย์): เป็นการลบภาพจำของงานศพที่เป็นงานเศร้า และเสริมองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น เช่น การมีผ้าม่านในงานศพ การจัดดอกไม้รูปแบบใหม่
ในส่วนของรุ่นที่ 3 นี้เอง ก็ยังมีแผนว่าอาจจะขยายกิจการของงานศพของคนไปสู่สัตว์เลี้ยง เพื่อตอบโจทย์ของผู้คนที่รักสัตว์เลี้ยง รวมถึงได้มีบทบาทสำคัญสำหรับงาน Death Fest 2025 อีกด้วย โดยคุณโบว์ได้มีโอกาสออกแบบบูธทั้งหมด และดีไซน์สมุดเบาใจ ซึ่งเป็นหนังสือที่ให้เราได้เตรียมตัวก่อนจะจากโลกนี้ไป เพื่อบอกกับคนที่เขารักว่าเราต้องการอะไร เมื่อเราไม่อยู่แล้ว

สำหรับคนที่อยากเตรียมตัว หรืออยากทำความเข้าใจในเรื่องนี้ให้มากขึ้น ปีนี้งาน Death Fest 2026 : re-member ก่อน-แก่-เจ็บ-ตาย กลับมาอีกครั้งเพื่อเชิญชวนให้คนในสังคมไทยเรียนรู้เรื่องการเป็นอยู่ที่ดี และการเตรียมตัวตายอย่างเข้าใจ ผ่านเวิร์กชอปสุดเข้มข้น บูทที่รวบรวมบริการตามเส้นทางชีวิต และกิจกรรมอื่น ๆ อีกมากมายถึง 5 โซน (Old School, Before I Die, Human Life-brary Cafe, Life Journey, Friends Eat) จัดโดย Peaceful Death, The Cloud และ ชูใจ กะ กัลยาณมิตร
Death Fest 2026 : re-member ก่อน-แก่-เจ็บ-ตาย
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13 - 15 มีนาคม พ.ศ. 2569 เวลา 09.00 - 19.00 น. ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี (เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย)
เรียบเรียง: ธัญวรัตน์ ปกรณ์รัศมี