เป็นเรื่องน่าเศร้า ถ้าตายแล้วเงินยังไม่หมด แต่เป็นเรื่องน่าสลด ถ้าเงินหมดแต่เราไม่ตาย

ถอดเทคนิคบริหารเงินให้พอใช้สบายใจ แบบไม่ต้องกลัวหมด จากงาน LONG LIFE FEST 2026

Last updated on ก.ย. 26, 2026

Posted on ก.ย. 26, 2026

รู้ไหมว่า.. ยุคนี้คือยุคที่คนไทยอายุยืนขึ้นกว่าเดิมมาก ผู้ชายอายุเฉลี่ยประมาณ 72 ปี ส่วนผู้หญิงอายุเฉลี่ยประมาณ 80–84 ปี แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือว่า พออายุยืนขึ้น เงินที่ออมไว้ไม่พอใช้นี่แหละ!

ในเซสชัน Life Span x Wealth Span: อายุยืนคือของขวัญ เงินที่ตามทันคือของจริง จากงาน LONG LIFE FEST 2026 ชี้ให้เราได้เห็นว่า สุขภาพ กับเรื่องของเงินนั้นใกล้กันมาก ๆ ทุกคนอยากมีสุขภาพที่แข็งแรง อยากมีเงินเยอะ ๆ แต่หลาย ๆ ครั้งเลือกที่จะผัดวันประกันพรุ่งมากกว่าจะเริ่มออกกำลังกาย หรือเริ่มลงทุน

การมี Longevity เป็นเรื่องดี แต่บางทีก็กลายเป็นความเสี่ยง

อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า วันนี้คนไทยนั้นมีอายุยืนกว่าแต่ก่อน แต่ปัญหาคือเงินไม่พอใช้ ไม่ใช่เพราะคนไม่วางแผน แต่วางแผนไว้แล้ว แต่อายุดันยาวกว่าที่คิด!

คุณเผ่า - ตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO, Jitta Wealth แชร์ให้ฟังว่า ปรากฏการณ์ “โรกูโฮไก (老後崩壊)” ของประเทศญี่ปุ่น ที่แปลว่า ‘ภาวะล้มละลายในวัยชรา’ เป็นหนึ่งในบทเรียนสำคัญของการบริหารเงินมาก ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ คนญี่ปุ่นวางแผนเตรียมเงินไว้ถึงอายุ 80 แต่อายุดันอยู่เกินไปจนถึง 90-100 ปี ทำให้เงินที่เก็บมาหมดก่อนที่จะตาย ทำให้สุดท้ายต้องมานั่งลำบากเงินไม่พอใช้ 

ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ มีชื่อเรียกว่า ‘Longevity Risk’ คืออยู่ยาวเกินไป โดยไม่ได้คำนึงถึงความเสี่ยงอื่น ๆ ที่ตามมา ซึ่งหลัก ๆ จะมี 3 ความเสี่ยงที่อาจตามมา หลังจากที่เราวางแผนเกษียณแล้ว คือ 

🔷 อายุยืนกว่าที่คิด > คือการที่อายุยืนขึ้น การแพทย์ดีขึ้น และเราต้องใช้เงินมากขึ้น 

🔷 ค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิด > ส่วนนี้คือส่วนที่คนมักวางแผนพลาด เพราะเรามักจะคำนวณแค่ค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากที่กิน อยู่ ใช้ ยังมีอีกมากมายที่ต้องเปลี่ยน เช่น รถเสีย, บ้านต้องซ่อม หรือบางทีก็โดนมิจฉาชีพหลอกเอาตังไปจนหมด 

🔷 เงินที่มีไม่พอ และไม่รู้จะวางแผนยังไงต่อ > พออายุยืนกว่าที่คิด ค่าใช้จ่ายก็มากขึ้นกว่าเดิม เงินที่มีก็ไม่พอ แถมไม่รู้จะเอาไปลงทุนยังไง ไม่เข้าใจว่าจะต่อยอดจากไหน สุดท้ายก็ต้องกลับไปหางาน หรือรายได้เสริมเพื่อมีเงินใช้ประทังชีวิต 

ทั้งหมดนี้เกิดจากการที่เราวางแผนได้ไม่ครอบคลุมมากพอ เพราะยังไม่เห็น ‘ภาพรวมของชีวิต’ ทำให้หลาย ๆ อย่างเวลาเกิดสิ่งไม่คาดคิดก็จะรวนและเละไปหมด ดังนั้นสิ่งสำคัญที่จะแก้ปัญหา Longevity Risk เราก็ต้องถอยออกมามองภาพรวมทั้งหมดของชีวิตก่อน


ออกแบบ ‘ภาพรวมชีวิต’ ด้วยวิธีคิดแบบ 5W + 1H 

คุณตู่ - เจตน์เมริน เจตน์ระวีโชติ Senior Director - Consumer Marketing และ ที่ปรึกษาทางการเงิน  CFP® บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต บอกเราว่า การวางแผนเกษียณไม่ได้มีแค่ตัวเลขทางการเงิน แต่ต้องเริ่มจากการตอบคำถามเรื่องที่อยู่อาศัย และผู้คนรอบข้างที่ต้องดูแลด้วย หรือสามารถใช้เฟรมเวิร์ก ‘5W + 1H’ ที่มาจาก WHO, WHAT, WHEN, WHERE, WHY และ HOW 

แต่คำแนะนำสำคัญที่คุณตู่อยากบอก ไม่ใช่การเริ่มจาก What หรือ Why แต่ให้เริ่มจาก Where, Who และ How ก่อน เพราะสิ่งที่จำช่วยกำหนดภาพรวมชีวิตหลังเกษียณได้ชัดที่สุด คือการที่เรารู้ว่า ‘เราอยู่ที่ไหน’, ‘เราอยู่กับใคร’ และ ‘อยู่ยังไง’ เพราะ 3 อย่างนี้คือค่าใช้จ่ายแฝงที่คนส่วนใหญ่มักมองข้าม และค่อยไล่ไปเรื่อย ๆ 

🔷 Where หรือ เราจะอยู่ที่ไหน? > เวลาที่เราอยู่บ้านเดิมต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ที่มักถูกลืม เช่น การปรับปรุงซ่อมแซมบ้าน เพื่อให้ปลอดภัยสำหรับวัยชรา ในขณะที่การย้ายไปอยู่บ้านพักคนชราหรืออยู่กับลูกหลานก็จะมีแผนค่าใช้จ่ายที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง

🔷 Who หรือ เราจะอยู่กับใคร? >  แผนการเงินต้องครอบคลุมภาระของ “คนที่เรารัก” ด้วย ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ที่อายุมากขึ้น หรือลูกหลานที่ยังพึ่งพาตัวเองไม่ได้

🔷 How หรือ เราจะอยู่ยังไง? > ถ้ารู้ทั้งบ้าน และคนที่จะอยู่ด้วยแล้ว ก็จะได้วางแผนต่อได้ว่าเราควรจะทำยังไงต่อดี 

เมื่อได้ 3 ข้อนี้แล้ว ค่อยวางแผนข้ออื่น ๆ ต่อ และเมื่อทุกอย่างเริ่มชัดเจนมากขึ้น เราก็จะรู้วิธีบริหารเงินให้สามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นตอนเกษียณได้


อย่าพึ่งคิดจะลงทุนหมดหน้าตัก ถ้ายังไม่รู้จัก ‘wealth management’

คุณเผ่าบอกให้เราฟังว่า ก่อนที่เราจะบริหารเงิน หรือลงทุนได้ ต้องเข้าใจเรื่องของ wealth management ก่อน ซึ่งแบ่งเป็น 4 Phase คือ

💸 Wealth Creation: การสร้างกระแสเงินสด ด้วยการสร้างรายได้เข้ามาในมือ 

💸 Wealth Protection: คือการแบ่งเงินมาป้องกันความเสี่ยง (เช่น ทำประกันสุขภาพ หรือโรคร้ายแรง เป็นต้น) เพื่อไม่ให้เงินทุกส่วนต้องถูกดึงออกมาใช้แบบสะเปะสะปะ

💸 Wealth Accumulation: คือการเอาเงินที่มีไปต่อยอดเพื่อสร้างการเติบโต (เช่น การลงทุน เป็นต้น)

💸 Wealth Transfer: คือการวางแผนมรดกเพื่อส่งต่อสินทรัพย์ให้คนรุ่นหลังต่อไป 

4 เรื่องนี้จะเป็นจุดวัดใจว่า แผนการเงินของเรามันจะสามารถยืนยาวได้เท่าอายุหรือไม่ คุณเผ่า บอกเราว่า “เงินทุกบาททุกสตางค์ของเรามันมีหน้าที่ และถ้าเราไม่ใช่คนกำหนดหน้าที่ของมัน จะมีคนอื่นกำหนดแทนเรา” ดังนั้นการที่เราเข้าใจเรื่องเหล่านี้จะทำให้เราสามารถวางแผนการเงินได้แม่นยำมากขึ้น 

พอเข้าใจกระบวนของขั้นตอนของเงินแล้ว ก็จะทำให้เราจัดสรรปันส่วนการบริหารได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถจัดการได้ผ่านเทคนิค ‘4-3-2-1’ 

🔶 40% - คือเงินส่วนหนี้สิน จะใช้เช่ารถ ผ่อน iPhone หรือจะผ่อนบ้านก็ย่อมได้ แต่อย่าเกิน 40% ของเงินที่มี 

🔶 30% - คือเงินส่วนค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จะใช้กิน ซื้อของฟุ่มเฟือย ให้รางวัลตัวเอง อยากได้เท่าไหร่จัดมาที่ส่วนนี้

🔶 20% - คือเงินออม และการลงทุน อย่าคิดว่าการมีเงินเก็บแปลว่าดีแล้ว เพราะถ้าเงินอยู่เฉยแล้วไม่ต่อยอด บางครั้งมันก็จะหมดไปอยู่ดี ดังนั้นต้องแบ่ง 20% ของเงินที่มีไว้ลงทุนด้วย

🔶 10% - คือเงินที่ใช้กับการลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือซื้อประกัน ถึงจะดูเหมือนประกันเป็นสิ่งที่จ่ายแล้วทิ้ง แต่เมื่อเกิดเหตุไม่คาดคิด ประกันนี่แหละคือสิ่งที่จะรองรับ และช่วยเหลือเราได้ในจุดนั้น ดังนั้นจงอย่าลืมลงทุนกับการดูแลหรือคุ้มครองตัวเองด้วย

แต่ทั้งคู่ก็ยังอยากเน้นย้ำว่า การที่จะลงทุน หรือการจะซื้อประกันไม่ใช่เรื่องที่ทำได้เลย ต้องอาศัยความรู้ เพราะไม่งั้นมันจะสร้างความเสี่ยงหนักกว่าเดิม ถ้าไม่อยากมีความเสี่ยง ต้อง ‘หาความรู้’ อยู่เสมอ ๆ โดยเฉพาะเรื่องการลงทุน และการซื้อประกัน

สุดท้ายนี้ในยุคที่คนอายุยืนขึ้น แต่เงินกลับน้อยลงเรื่อย ๆ การออกแบบภาพรวมชีวิต, ทำความเข้าใจการบริหารเงิน และบริหารเงินด้วยเทคนิคที่ทำได้จริง คือสิ่งที่จะช่วยลดปัญหา Longevity Risk ให้น้อยลงได้ 


และนี่คือสรุปจากเซสชัน Life Span x Wealth Span: อายุยืนคือของขวัญ เงินที่ตามทันคือของจริง จากงาน LONG LIFE FEST 2026 โดยคุณเจตน์เมริน เจตน์ระวีโชติ Senior Director - Consumer Marketing และ ที่ปรึกษาทางการเงิน  CFP® บมจ.อลิอันซ์ อยุธยา ประกันชีวิต และคุณตราวุทธิ์ เหลืองสมบูรณ์ CEO, Jitta Wealth

trending trending sports recipe

Share on

Tags