ยิ่ง AI เก่ง ‘ประสบการณ์ของคน’ ยิ่งมีราคา ถอดวิธีคิดเจ้าแม่แห่งวงการไลฟ์สไตล์ระดับโลกชาวอเมริกัน Martha Stewart
เรื่องนี้เริ่มจากไอเดียหนึ่งที่ Martha Stewart คิดไว้เมื่อประมาณ 40 ปีก่อน
ตอนนั้นคุณ Martha Stewart กำลังทำนิตยสาร Martha Stewart Living และคลุกคลีอยู่กับเรื่องบ้านแทบทุกวัน จนเริ่มรู้สึกว่า ‘การมีบ้านหนึ่งหลังนี่มันมีเรื่องจุกจิกให้จัดการเยอะกว่าที่คิด’
- หน้าฝนแบบนี้ หลังคารั่วติดต่อใครได้บ้าง หรือต้องดูแลตอนไหน
- บ้านทาสีครั้งล่าสุดเมื่อไร
- เครื่องใช้ไฟฟ้าพังแล้วต้องโทรหาใคร
- ประกันยังเหลือไหม
- ไหนจะคู่มือ ใบเสร็จ และเอกสารอีกเป็นกอง
Martha เลยคิดว่า “ถ้ามีอะไรสักอย่างที่ช่วยจัดการเรื่องพวกนี้ทั้งหมดให้เราก็คงดี” เธอตั้งชื่อไอเดียนั้นง่าย ๆ ว่า Home Organizer แต่ต้องไม่ลืมว่านี่คือไอเดียเมื่อประมาณ 40 ปีก่อน
Martha เคยเอาไอเดียนี้ไปคุยกับคนในวงการ Software รวมถึง John Doerr แห่ง Kleiner Perkins แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาคล้าย ๆ กันว่า “ไอเดียดีนะ แต่มันซับซ้อนเกินไป เทคโนโลยีตอนนี้ยังทำไม่ได้” สุดท้าย Home Organizer เลยถูกพับเก็บไว้
อ่านมาจนถึงตอนนี้หลายคนคงสัยสัยเล็กน้อย ว่า Martha Stewart คือใคร ?
โดยประวัติคร่าว ๆ แบบไม่ให้ยืดยาวจนเกินไป คุณ Martha Stewart คือหนึ่งในเจ้าแม่แห่งวงการไลฟ์สไตล์ระดับโลกชาวอเมริกันเป็นนักธุรกิจผู้ก่อตั้งบริษัท Martha Stewart Living Omnimedia และล่าสุดเธอคือ Co-founder ของ Hint แพลตฟอร์มบริหารจัดการและดูแลรักษาบ้านด้วย AI และผู้เชี่ยวชาญด้าน Lifestyle & Home เธอเป็นคนที่มีไอเดียเรื่อง Home Organizer มาประมาณ 40 ปี และนำประสบการณ์ด้านการดูแลบ้านมาเป็น Expertise สำคัญของ Hint ซึ่งเธออยู่ในยุคที่แม้แต่การออกแบบนิตยสารด้วยคอมพิวเตอร์ยังไม่ใช่เรื่องปกติ
เมื่อไอเดียอายุ 40 ปี ได้เจอกับ AI อยู่ ๆ มีคนกำลังทำสิ่งเดียวกับที่เธอเคยคิด
บนเวทีสัมนาในงาน Fast Company Innovation Festival 2026 คุณ Martha Stewart เล่าให้ฟังต่อว่า เรื่องมาเกิดขึ้นในวัน Easter ที่บ้านของ Martha วันนั้น Brian Kelly ผู้ก่อตั้ง The Points Guy ไปที่บ้านของเธอ และระหว่างคุยกันก็แซวประมาณว่า Martha ก็ทำมาตั้งเยอะแล้ว แล้วมีอะไรที่ยังอยากทำอีก? Martha ตอบทันทีว่า มีเธอยังอยากทำเรื่อง Home Management อยู่
บังเอิญมากว่าในวันนั้นมี Kyle Rush อยู่ด้วย และเขากำลังพัฒนาสิ่งที่ใกล้เคียงกับ Home Organizer ที่ Martha เคยคิดไว้พอดี Martha เล่าถึงความรู้สึกตอนนั้นว่า สมองของเธอแทบจะระเบิดด้วยความดีใจ เพราะของที่คิดไว้ตั้ง 40 ปี อยู่ ๆ ก็มีคนกำลังทำมันจริง ๆ ต่างกันแค่ว่า ครั้งนี้เทคโนโลยีพร้อมแล้ว และนั่นกลายมาเป็นจุดที่ Martha เข้ามาร่วมสร้าง Hint หรือ Home Intelligence
แต่พอคุยกับคนมีบ้านจริง ๆ Pain Point ของคนมีบ้าน ไม่ใช่แค่ “ฉันจำไม่ไหว” อีกต่อไป
ทางด้านคุณ Yih-Han Ma ผู้ร่วมก่อตั้งและ CEO ของ Hint ซึ่งก็ร่วมเสวนาบนเวทีเดียวกับ คุณ Martha Stewart เล่าอีกมุมที่น่าสนใจ
ก่อนมาทำ Hint เขาใช้เวลาราว 10 ปีทำงานกับธุรกิจ Consumer Home Services และได้ฟังปัญหาจากเจ้าของบ้านจำนวนมาก หลายคนเก็บเงินมาตั้งนานกว่าจะซื้อบ้านได้ แต่พอซื้อจริง ผ่านไปไม่กี่เดือนก็เริ่มเจอปัญหา อันนั้นพัง, อันนี้ต้องซ่อม, ค่าใช้จ่ายนี้มาจากไหน, ทำไมไม่มีใครบอกว่าต้องจ่ายด้วย
แต่มีประโยคหนึ่งที่ คุณ Yih-Han บอกว่าได้ยินจากคนซ้ำ ๆ และน่าสนใจมากคือ
“ฉันไม่รู้ว่าควรเชื่อใคร”
เพราะเวลาบ้านมีปัญหา เราถามช่าง ช่างก็มีคำตอบหนึ่ง ถามบริษัทประกัน ก็ได้อีกคำตอบ ถามบริษัทที่ขายบริการ ก็ได้อีกคำตอบ และหลายครั้งเจ้าของบ้านก็อดคิดไม่ได้ว่า ที่แนะนำเราแบบนี้ เพราะมันดีที่สุดจริง ๆ หรือเพราะกำลังจะขายอะไรเราอยู่กันแน่
คุณ Yih-Han เลยตั้งโจทย์ของ Hint ไว้ค่อนข้างง่าย ถ้ามีใครสักคนที่อยู่ข้างเจ้าของบ้าน จริง ๆ ล่ะ ?
Hint แพลตฟอร์มบริหารจัดการและดูแลรักษาบ้านด้วย AI เลยไม่ได้ทำ AI ขึ้นมาเพื่อให้เรานั่ง Chat ถามเรื่องบ้านอย่างเดียว แต่มันพยายามทำความรู้จักบ้านของเราก่อน โดยคุณ Yih-Han บอกว่า ระบบสามารถรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบ้านได้ราว 1,300 Data Points แล้วเอาข้อมูลเหล่านั้นมาประกอบกับความรู้จากผู้เชี่ยวชาญแต่ละด้านทั้ง
- เรื่องระบบ HVAC ก็ใช้ความรู้ของคนที่เข้าใจ HVAC
- เรื่องประกัน ก็ต้องมีคนที่เข้าใจประกัน
- ส่วนเรื่องการดูแลบ้าน ก็มีประสบการณ์และองค์ความรู้ของ Martha เข้ามาประกอบ
ตัวอย่างง่าย ๆ ที่ Martha เล่าคือ Serial Number ของเครื่องใช้ไฟฟ้า ปกติเวลาเครื่องล้างจานหรือตู้เย็นพัง เราอาจต้องรื้อบ้านหาคู่มือ หารุ่น เช็กประกัน แล้วค่อยหาว่าต้องติดต่อใคร แต่ถ้าข้อมูลเหล่านั้นอยู่ในระบบตั้งแต่แรก เรื่องที่เคยน่ารำคาญก็หายไปเยอะ Martha ถึงกับพูดติดตลกว่า ใส่ Serial Number เข้าไปแล้ว คู่มือพวกนั้นก็แทบไม่ต้องเก็บไว้แล้ว
คำถามต่อมาน่าสนใจมากว่า แล้วถ้า AI รู้เรื่องบ้านได้เยอะขนาดนี้ เรายังต้องมี Martha Stewart ไปทำไม?
ต้องไม่ลืมว่า Martha Stewart คือตัวแม่ที่มีประสบการณ์เรื่องบ้าน การทำอาหาร การจัดสวน และการใช้ชีวิตมาหลายสิบปี แต่วันนี้ AI สามารถค้นข้อมูลเหล่านั้นได้ภายในไม่กี่วินาที แปลว่า Expertise แบบ Martha กำลังมีค่าน้อยลงหรือเปล่า
คำตอบนี้คุณ Brian Kelly อธิบายภาพของ Hint ไว้ว่า มันเหมือนมี Martha in your pocket เพราะในชีวิตจริง คงไม่ใช่ทุกคนที่จะส่งรูปต้นไม้ไปหา Martha แล้วถามว่า ต้นนี้จะตายแล้ว ผมทำอะไรผิด? จริงไหม!
แต่ถ้าความรู้ที่ Martha สะสมมาตลอดชีวิต สามารถถูกนำมาใช้ร่วมกับเทคโนโลยี คนอีกจำนวนมากก็อาจได้ใช้ประโยชน์จากประสบการณ์นั้นไปด้วย
นี่อาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมยิ่ง AI เก่ง ‘ประสบการณ์ของคน’ ยิ่งมีราคา
ช่วงหนึ่งบนเวที Martha ถูกถามว่า มาทำบริษัท Tech ขนาดนี้แล้ว สนใจเรียน Coding ไหม ?
เธอตอบประมาณว่า
“สนใจสิ แต่ฉันไม่จำเป็นต้องเป็นคนทำมันเอง”
คำตอบนี้น่าสนใจตรงที่ Martha ไม่ได้พยายามเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็น Software Engineer ตอนอายุเท่านี้เพราะสิ่งที่เธอมี และทีม Software ไม่มีเหมือนเธอ คือ ประสบการณ์
Martha รู้เรื่องบ้าน เพราะทำเรื่องนี้มาหลายสิบปี
- รู้ว่าปัญหาไหนเกิดขึ้นจริง
- รู้ว่ารายละเอียดเล็ก ๆ อะไรที่คนมักมองข้าม
- และรู้ว่าคำแนะนำแบบไหนเอาไปใช้ในชีวิตจริงได้
ขณะเดียวกันคุณ Yih-Han ก็เล่าว่า ถึง Martha จะผ่านอะไรมาเยอะขนาดนี้ เธอยังเป็นคนที่ชอบเรียนรู้มาก
- เจอข่าว AI ใหม่ก็ส่งให้ทีม
- มีอะไรสงสัยก็ถาม
- มีไอเดียก็โยนเข้ามาคุย
คือไม่ได้ทำตัวเป็นคนที่ “ฉันรู้มาหมดแล้ว” แต่ยังสนุกกับการเป็นคนที่ “ขอรู้อีกหน่อย” อยู่ตลอด ปัจจุบัน Martha Stewart อายุก็ปาไปเกือบจะ 80 ปี++ แล้ว แต่เธอก็ไม่เคยหยุดที่จะเรียนรู้ หยุดที่จะทำตามฝันเลยสักครั้ง
และผมว่าเรื่องของ Martha น่าคิดต่อกับคนทำงานตรงนี้ เพราะเราอาจไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่างให้มากกว่า AI คงเหนื่อยตายก่อน 555+
แต่สิ่งหนึ่งที่ AI ข้ามเวลาไปสะสมแทนเราไม่ได้ คือ ประสบการณ์ที่เราเจอมากับตัว มีอะไรบ้างล่ะ ?
- งานที่เคยพัง เคยพลาด เคยล้มเหลว
- ลูกค้าที่เคยรับมือ
- การตัดสินใจที่เคยพลาด
- รายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำมานานจนรู้ว่า ตรงนี้ต้องระวังนะ
ของพวกนี้อาจไม่ได้ดูหวือหวาเหมือน Skill ใหม่ ๆ แต่พอ AI ทำของพื้นฐานได้เก่งขึ้นเรื่อย ๆ
เรียบเรียง: กิตติภพ ปานล้ำเลิศ
ที่มา
- Martha Stewart on the power of human expertise in the age of AI
- A Timeline of Martha's Most Important Milestones, From Childhood to Present Day