ในวันที่การทำการตลาดเริ่มมีราคาที่สูงขึ้น ทั้งแบรนด์ใหญ่ และแบรนด์เล็กเริ่มเจอปัญหาเรื่องต้นทุน คำถามสำคัญในวันนี้ไม่ใช่ว่า ‘ต้องจ่ายเงินเท่าไหร่’ แต่คือ ‘จะทำการตลาดยังไงให้ได้ผลลัพธ์ดี แม้จะไม่มีเงินทุน’
พาไปดู 4 เคล็ดลับการทำการตลาดงบน้อยยังไงให้ปังในฉบับของ La Glace ไปกับเซสชัน The Marketing Springboard การตลาดทรงพลัง สร้างแบรนด์ให้ปัง แบบติดสปริง โดยคุณศรัณย์ แบ่งกุศลจิต, Uppercuz Creative Agency และเจ้าของช่อง TikTok การตลาดการเตลิด และคุณธีระฑัต หนูดำ, CMO, LA GLACE จากงาน The Entrepreneur Forum 2026
1. อยากทำการตลาดให้ลูกค้าสนใจ ต้องนิยาม ‘การตลาด’ ของแบรนด์ให้ชัด และสื่อสารให้ถูกแพลตฟอร์ม
ก่อนจะเริ่มทำการตลาด สิ่งแรกที่ควรทำคือ การนิยามคำว่า ‘การตลาด’ ให้ชัดเจนก่อน ซึ่งสำหรับ La Glace แล้ว มันคือการ Match ระหว่าง ‘ความต้องการในการซื้อ’ และ ‘ความสามารถในการซื้อ’ ว่ามันตรงกันมากหรือน้อยแค่ไหน หลาย ๆ แบรนด์ส่วนใหญ่อาจจะใช้งบเยอะ ไปกับการทำให้ลูกค้ามองเห็น และซื้อของ แต่ในยุคนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้ว เพราะลูกค้าไม่ได้เลือกซื้อของเพราะ ‘เห็น’ แต่เลือกซื้อเพราะเป็นสิ่งที่ ‘สนใจ’ มากกว่า นั่นจึงเป็นอีกหนึ่งโจทย์ใหญ่ในวันนี้ที่แบรนด์ต้องรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่ลูกค้าสนใจ และสื่อสารให้ตรงจุด
อีกเรื่องสำคัญที่แบรนด์ควรทำควบคู่กัน คือหันมาเข้าใจในแพลตฟอร์มที่ตัวเองต้องการสื่อสารกับกลุ่มลูกค้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น TikTok, Facebook, Shopee หรือ Lazada ก็ตาม เพราะในวันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุก ๆ แบรนด์กำลัง ‘เล่นอยู่บนเกมของแพลตฟอร์ม’ ดังนั้นถ้ายิ่งเข้าใจแพลตฟอร์มมากเท่าไหร่ โอกาสในการเติบโตก็มากตามไปด้วย
2. ทำคอนเทนต์ที่มาจาก ‘ตัวตน’ เพื่อทำให้คน ‘รู้สึกตาม’ และอยากมีส่วนร่วม
สิ่งสำคัญที่ทำให้ La Glace แตกต่างคือ การสร้างความรู้สึกสะท้อนตัวตนของแบรนด์ผ่านคอนเทนต์ ที่มันทำให้คนเห็นแล้ว ‘คิดตามได้’
คุณคิว ธีระฑัต (CMO จาก La Glace) กล่าวว่า “ถ้าแบรนด์นิยามความรู้สึก อุปมา อุปไมยไม่ได้ คนก็จะนึกตามไม่ได้”
นั่นเลยเป็นเหตุให้แบรนด์ยึดโยง ‘ตัวตน’ มาจากคุณไอติม เอมลินทร์ (Co-Founder และ CEO จาก La Glace) ทำให้คอนเทนต์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะโปรโมทสินค้า หรือประกาศหาสมัครงาน ก็จะมี ‘จริต’ บางอย่างจากคุณไอติมอยู่เสมอ ทำให้ลูกค้าจำ และรู้ว่านี่คือ ‘La Glace’
นอกจากสื่อสารให้ลูกค้าแล้ว จริตของแบรนด์เองก็ต้องเข้าถึงทีมงานด้วยเช่นกัน เพราะก่อนจะขายลูกค้า ต้องขายทีมงานให้ได้ก่อน ทีมงานเป็นเหมือนลูกค้าคนแรกของแบรนด์ และเมื่อทีมเชื่อในตัวตนเดียวกัน คอนเทนต์ที่ออกไปก็จะสื่อสารได้มีพลัง และตรงใจลูกค้ามากขึ้น
3. ติดสปริงให้แบรนด์ปัง ด้วยการทำ ‘Affiliate Marketing’ และ ‘Live Commerce’
ตอนนี้ GMV (Gross Merchandise Volume) ของ TikTok Shop ของประเทศไทยในปี 2025 มีมูลค่ารวมอยู่ที่ประมาณ 180,000-220,000 ล้านบาท ซึ่ง 2 สิ่งที่กำลังมาแรงที่สุด คือ ‘Affiliate Marketing’ และ ‘Live Commerce’ เพราะยุคนี้สินค้าไม่ได้ผลิตมาแค่ให้คนซื้อ แต่ต้องคนเอาไปใช้ได้จริง และกล้าบอกต่อ
สำหรับ ‘Live Commerce’
เรื่องของการไลฟ์เป็นสิ่งที่หลาย ๆ แบรนด์อาจเห็นได้อยู่แล้ว ซึ่งมันถือเป็นการทำให้ลูกค้าได้เห็นแบรนด์ในมุมมองใหม่ ๆ และอาจเปิดทางให้ลูกค้าสนใจแบรนด์ได้มากขึ้นด้วยเช่นกัน
คุณคิว แชร์ว่า การทำ Live Commerce ที่ได้ยอด 100 ล้าน คือการดูผ่าน 4 แกนหลัก ประกอบด้วย
- AVD (Average View Duration) คือ โดยเฉลี่ยระยะเวลาในการดู Live นานแค่ไหนต่อคน
- CTR (Click-Through Rate) คือ เข้ามาดูไลฟ์กี่คน แล้วมีการคลิกซื้อสินค้ากี่คน
- AOV (Average Order Value) คือ ความสามารถในการซื้อต่อหนึ่งออเดอร์มีมูลค่าเท่าไหร่
- GPM (Gross Profit Margin) คือ ถ้ามียอดคนดู 1000 คน มีคนซื้อกี่บาท
นอกจากนี้ก็ยังมีสูตรที่แบรนด์ใช้เพื่อให้ได้ยอดขายอีกด้วย คือ Traffic x Conversion x AOV = GOAL
สิ่งสำคัญของการทำไลฟ์ให้มียอดขายไม่ใช่การที่มีคนดู แต่คือการทำยังไงให้คนมา ‘รอ’ ก่อนดูไลฟ์ ซึ่ง La Glace ก็ใช้กลยุทธ์มากมายเพื่อทำให้คนมารอดู อย่างใจจดใจจ่อ ยกตัวอย่างเช่น การทำ Content, Production, Timing, Payday, KOL, Coupon และอื่น ๆ อีกมากมาย
สำหรับ ‘Affiliate Marketing’
ส่วนของการทำ Affiliate Marketing ก็สำคัญ และสร้างยอดขายให้กับแบรนด์ได้ไม่แพ้กัน ลองเทียบให้เห็นชัด ๆ ระหว่างการตลาดยุคก่อนกับยุคนี้
การตลาดยุคก่อน คือ
ทำการตลาด ➡️ ส่งต่อให้ลูกค้า ➡️ เกิดการซื้อ
การตลาดยุคนี้ คือ
ทำการตลาด สร้าง Branding ➡️ ส่งต่อให้ลูกค้า หรือแฟนคลับของแบรนด์ ➡️ เกิดการซื้อ ➡️ เอาไปทำคอนเทนต์ ➡️ เป็นกระบอกเสียงให้แบรนด์ต่อ (เช่น การทำคลิปรีวิว ปักตะกร้า)
สิ่งที่น่าสนใจของยอดขายในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาแค่ช่องทาง TikTok ของ La Glace คือ 70% ของรายได้ ไม่ได้มาจากการซื้อของที่แบรนด์ แต่มาจากการซื้อของจากคนที่ปักตะกร้า หรือทำ Affiliate เลยตอกย้ำว่า นี่ก็เป็นอีกทิศทางของการทำการตลาดในยุคนี้ ที่เห็นแล้วว่า สร้างการเติบโตให้แบรนด์ปังได้จริง
อีกเรื่องหนึ่งที่ควรระวัง ถ้าอยากทำการตลาดแบบ Affiliate Marketing คือต้องอย่าทำให้ลูกค้า ‘คาดหวัง’ มากเกินไป เพราะหลายครั้งบางแบรนด์มักจะ Overclaim หรือ Hard Sell จนทำให้ลูกค้าตั้งความหวังไว้สูง แต่พอได้ลองใช้จริงกลับไม่เป็นอย่างที่คิด ทำให้ลูกค้ารู้สึก ‘ไม่ประทับใจ’
เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ ไม่ต้องสร้างความคาดหวังมากเกินไป แล้วทำให้ลูกค้าประทับใจในสิ่งที่ได้รับไปก็พอ เมื่อลูกค้าประทับใจแล้วมันก็จะเกิดการบอกต่อ และเสริมให้แบรนด์เติบโตยิ่งขึ้น
4. อยากให้ลูกค้าซื้อซ้ำ ต้องทำให้เขาจำที่ ‘เรื่องราว’
ในวันนี้ลูกค้าไม่ได้ซื้อสินค้าเพราะ ‘ตัวสินค้า’ อย่างเดียวแล้ว แต่บางครั้งก็ซื้อเพราะต้องการสนับสนุนอุดมการณ์ ตัวตนของแบรนด์ หรือเรื่องราว ซึ่งถือเป็นข้อได้เปรียบคนตัวเล็ก เพราะบางครั้งคนตัวใหญ่อุดมการณ์ก็ใหญ่ตามจนคนเข้าไม่ถึง
ถ้าอยากให้คนจำได้ต้องสร้าง Story ของแบรนด์ให้ดี เพราะคนไม่ได้จำ Data แต่ Story ถ้าทำให้เห็นได้ว่าแบรนด์ กับลูกค้ามีอุดมการณ์ร่วมกัน ก็จะยิ่งทำให้คนอยากสนับสนุนมากขึ้น และอีกเรื่องคือต้องหาจุดขายให้เจอ อย่าคิดว่าแค่ ‘ของดี’ คือจุดขาย เพราะมันไม่ใช่จุดขาย แต่มันคือมาตรฐานที่ต้องมีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นต้องหาให้ดีว่า อะไรคือจุดขายที่แบรนด์มี และคนอยากได้
The Entrepreneur Forum 2026
Session: The Marketing Springboard การตลาดทรงพลัง สร้างแบรนด์ให้ปัง แบบติดสปริง
โดย คุณศรัณย์ แบ่งกุศลจิต, Uppercuz Creative Agency และเจ้าของช่อง TikTok การตลาดการเตลิด คุณธีระฑัต หนูดำ, CMO, LA GLACE