สมัครงานแล้วเงียบ อย่าเพิ่งคิดว่าเราไม่เก่ง รู้จัก ‘Ghost Jobs’ วิกฤตตำแหน่งงานทิพย์ พร้อมวิธีเช็กให้ชัวร์ก่อนเสียใจฟรี

86% เคยพบประกาศที่สงสัยว่า ‘ไม่ได้เปิดรับจริง’ เจาะลึก ‘Ghost Jobs’ วิกฤตประกาศงานทิพย์ที่ไม่ได้ตั้งใจรับคน พร้อมสำรวจต้นทุนทางใจที่คนหางานต้องจ่าย

Last updated on ต.ค. 26, 2026

Posted on ต.ค. 26, 2026

ส่งใบสมัครไปเป็นร้อย แต่เงียบกริบ... เปิดโปง ‘Ghost Jobs’ วิกฤตตำแหน่งงานทิพย์ที่บริษัทไม่ได้กะรับคนจริง 👻 💼

Ghost Jobs หรือเรียกง่าย ๆ ก็คือ ตำแหน่งงานทิพย์ ตำแหน่งงานที่ไม่ได้ตั้งใจจะรับเพราะเบื้องหลังอาจไม่มีความตั้งใจจะจ้างคนจากภายนอกในขณะนั้น บางตำแหน่งมีแผนจัดคนภายใน บางประกาศเปิดไว้เก็บรายชื่อผู้สมัครสำหรับอนาคต และบางกรณีบริษัทได้คนแล้วแต่ยังไม่ได้ปิดประกาศ ตามคำอธิบายในบทความ The hidden cost of ghost jobs ของ Fast Company

เชื่อเหลือเกินว่าหลายคนก็มักจะเจอเหตุการณ์ประมาณว่า เราปรับเรซูเม่อย่างดี เขียนจดหมายแนะนำตัวใหม่ เตรียมซ้อมตอบคำถามสัมภาษณ์ข้ามคืน พร้อมความหวังว่าความทุ่มเทครั้งนี้จะพาเราก้าวไปสู่โอกาสใหม่ในชีวิตการทำงาน แต่เมื่อสิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบงัน หลายคนมักเริ่มตั้งคำถามและกดดันตัวเองในทันที บ้างก็อาจจะคิดว่าประสบการณ์เรายังไม่พอหรือเปล่า หรือ ตอบคำถามพลาดตรงไหนไป หรือบางคนก็บั่นทอนตัวเองว่าต้องเก่งขึ้นอีกแค่ไหน ถึงจะคู่ควรกับโอกาส ?

ดังนั้นบทความนี้จึงอยากพาทุกคนไปเข้าใจเรื่องของ Ghost Jobs ทำความเข้าใจว่ามีอะไรเกิดขึ้นเบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้บ้าง รวมไปถึงในฐานะผู้สมัครงานเองก็ต้องฉลาดเลือก วิเคราะห์เป็นว่าตำแหน่งงานที่เขาเปิดรับอยู่ บริษัทพร้อมเปิดรับเราจริงหรือเปล่า ?

ข้อมูลจาก Resumebuilder เผยให้เห็นว่า 86% เคยพบประกาศที่สงสัยว่า ‘ไม่ได้เปิดรับจริง’

ผลสำรวจจาก ResumeBuilder ที่สอบถามชาวสหรัฐฯ จำนวน 1,011 คน ซึ่งเคยมีประสบการณ์หางานในช่วง 24 เดือนที่ผ่านมา เผยให้เห็นประสบการณ์ที่พวกเขาเคยเจอดังนี้

  • 86% ระบุว่าเคยเจอประกาศรับสมัครงานที่พวกเขาสงสัยว่าไม่ได้เชื่อมโยงกับความต้องการจ้างงานจริงในเวลานั้น
  • 58% ระบุว่าเคยผ่านการสัมภาษณ์ในตำแหน่งที่มารู้สึกสงสัยในภายหลังว่าเป็น Ghost Job
    (โดยแบ่งเป็น 31% ที่พบเจอปัญหานี้หลายครั้ง และ 27% ที่เคยเจอครั้งเดียว)

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนมุมมองและประสบการณ์ตรงของผู้สมัครงาน แม้จะไม่ได้หมายความว่าประกาศงานทั้งหมดในระบบเป็นงานปลอม แต่สิ่งนี้กำลังชี้ให้เห็นว่า เมื่อผู้สมัครเริ่มไม่แน่ใจว่าโอกาสตรงหน้ามีตัวตนจริงแค่ไหน การเตรียมเรซูเม่ให้ดีจึงเป็นเพียงครึ่งเดียวของการเตรียมตัว ส่วนอีกครึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ทักษะการตรวจสอบความชัดเจนของโอกาส ก่อนที่จะตัดสินใจทุ่มเทเวลาลงไป


เรื่องนี้มีผลกระทบต่อต้นทุนที่มองไม่เห็น ไม่ใช่แค่เวลาที่เสียไป แต่ลามไปถึงแรงใจที่ทุ่มเทไปแล้วเสียเปล่า

สิ่งที่อันตรายที่สุดของความไม่ชัดเจนในกระบวนการสรรหา คือผลกระทบทางจิตวิทยาที่ตกอยู่กับคนทำงาน ผลสำรวจของ ResumeBuilder ได้แจกแจงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้สมัครงานไว้หลายมิติ

  • 39% รู้สึกเครียดหรือหงุดหงิดมากขึ้น
  • 32% เชื่อใจนายจ้างน้อยลง
  • 20% มีแรงจูงใจในการสมัครงานต่อน้อยลง
  • 17% ชะลอแผนการหางาน
  • 12% ถึงขั้นขอพักหรือเลิกหางานไปเลย
  • 10% จำใจยอมทนอยู่ต่อในงานเดิมที่ตนเองอยากลาออก

แน่นอนว่าการทบทวนตัวเองเพื่อพัฒนาทักษะหรือปรับปรุงเรซูเม่ยังเป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องตั้งอยู่บนข้อมูลที่เป็นความจริง หากเรายังไม่รู้แน่ชัดว่าบริษัทมีแผนการจ้างงานในตำแหน่งนั้นอย่างไร ก็ไม่ควรด่วนสรุปช่องว่างนั้นด้วยการตอกย้ำตัวเองว่าเราไม่ดีพอ หรือเราไม่สามารถพัฒนาตัวเองต่อไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องแบกรับความผิดพลาดจากกระบวนการที่ไม่ชัดเจนขององค์กร


กลับมาดูทางด้านขององค์กรเอง เรื่องนี้ก็ไม่ต่างจากดาบสองคมย้อนกลับมาทำร้ายองค์กร

คุณ Jerry Jao ผู้เขียนบทความ The hidden cost of ghost jobs ใน Fast Company ชี้ว่า เมื่อผู้สมัครสูญเสียความเชื่อมั่นในตลาดงาน ความเสียหายไม่ได้ตกอยู่กับผู้สมัครฝ่ายเดียว แต่จะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงบริษัทที่ต้องการเปิดรับคนจริงด้วย เพราะผู้สมัครคุณภาพจะเริ่มตั้งการ์ดและไม่กล้าเสี่ยงยื่นใบสมัคร

นี่คือสิ่งที่ฝั่งองค์กรและฝ่ายทรัพยากรบุคคลต้องหันกลับมาทบทวนอย่างจริงจัง เพราะประกาศรับสมัครงาน 1 ตำแหน่ง มีความหมายต่อคนสองฝั่งต่างกันอย่างสิ้นเชิง

  • ฝั่งบริษัท: อาจมองว่าเป็นการเปิดรับเพื่อสะสมฐานข้อมูลคนเก่งไว้สำหรับโปรเจกต์ในอนาคต
  • ฝั่งผู้สมัคร: กำลังมองหาโอกาสในการเปลี่ยนผ่านชีวิตการทำงาน ณ ปัจจุบัน

ทางด้าน Heidi Hauver ผู้เชี่ยวชาญด้าน People & Culture ให้คำแนะนำผ่าน Fast Company ไว้ว่า หากองค์กรต้องการเปิดรับเพื่อสำรวจตลาด หรือสร้าง Talent Pool สำหรับวันข้างหน้า ควรสื่อสารระบุในประกาศให้ชัดเจนตั้งแต่แรก การสื่อสารอย่างโปร่งใสจะช่วยให้ผู้สมัครสามารถประเมินได้ด้วยตัวเองว่า ควรฝากประวัติไว้ก่อน หรือควรนำเวลาไปทุ่มเทให้กับโอกาสที่มีความพร้อมมากกว่า


รู้ไว้ดีกว่ามานั่งเสียใจเพราะรู้งี้…รู้วิธีสังเกต Ghost Jobs เวอร์ชันสำหรับคนสมัครงาน

แนวทางและเทคนิคในการสังเกต Ghost Jobs โดยอิงจากข้อมูลจาก Fast Company และผลสำรวจของ Resume Builder มีดังนี้

1. จุดสังเกตก่อนตัดสินใจยื่นใบสมัคร

ตรวจสอบวันที่ลงประกาศและการโพสต์ซ้ำ

จากผลสำรวจของ ResumeBuilder พบว่า 34% ของผู้หางานเลือกตรวจสอบวันที่ลงประกาศครั้งแรก เพื่อดูว่าตำแหน่งนั้นเปิดค้างไว้นานแล้วหรือเพิ่งเปิดใหม่ รวมถึงสังเกตว่ามีการนำกลับมาโพสต์ซ้ำหรือไม่

ตรวจสอบเทียบกับหน้า Careers บนเว็บไซต์ของบริษัทโดยตรง

ผลสำรวจระบุว่า 32% ของผู้สมัครใช้วิธีเข้าไปเช็กบนหน้า Careers ของนายจ้าง เพื่อดูว่าตำแหน่งที่เห็นบนกระดานหางานภายนอก ตรงกับข้อมูลบนเว็บไซต์หลักขององค์กรหรือไม่ หากบนหน้าเว็บหลักไม่มีตำแหน่ง อาจเป็นไปได้ว่าเป็นประกาศเก่าที่ยังไม่ได้นำลง

อย่าเพิ่งปักใจเชื่อว่าเขาหลอก

แต่ให้ใช้ความผิดปกตินี้เป็นสัญญาณเตือนว่า ต้องเช็กให้ชัวร์ก่อนลงแรง บางครั้งเวลาเราเห็นประกาศรับสมัครงานเปิดค้างมา 2-3 เดือน มีการกดโพสต์ซ้ำเรื่อย ๆ หรือส่งใบสมัครไปแล้วบริษัทตอบช้า หลายคนมักจะฟันธงทันทีว่า Ghost Jobs ชัวร์ งานทิพย์ชัวร์ บริษัทหลอกเก็บข้อมูลแน่ ๆ เททิ้งเลยดีกว่า แต่ในความเป็นจริง บริษัทนั้นอาจจะ ต้องการรับคนจริง ๆ ก็ได้ แต่กระบวนการล่าช้าเพราะสาเหตุอื่น เช่น กำลังหาคนที่ทักษะเฉพาะทางจริงๆ แล้วยังไม่เจอคนที่ใช่ / ขั้นตอนภายในองค์กรเยอะ ต้องรอผู้บริหารหลายคนเซ็นอนุมัติ / ผู้มีอำนาจตัดสินใจติดภารกิจด่วน หรือมีการปรับโครงสร้างทีมภายใน

หากเกิดเคสแบบนี้ให้ฝึกเอ๊ะเข้าไว้ แล้วเช็กข้อมูลเพิ่มก่อน เช่น สละเวลาสัก 2 นาทีเข้าไปดูหน้าเว็บหลักของบริษัทว่ายังมีตำแหน่งนี้อยู่จริงไหม หรือถ้าได้คุยกับผู้สัมภาษณ์ ก็ลองถามกรอบเวลาและเนื้องานจริงเพื่อความแน่ใจ

2. เปลี่ยนจากการนั่งรอให้เขาสัมภาษณ์ฝ่ายเดียว มาเป็นฝ่ายสัมภาษณ์บริษัทกลับ

อีกหนึ่งแนวทางของคุณ Sergiy Fitsak - Managing Director, Fintech Expert, Softjourn ได้ชี้ให้เห็นว่าคนหางานที่ฉลาดจะไม่มัวแต่นั่งรอคำตอบ แต่จะใช้จังหวะที่ได้พูดคุยกับ HR โดยสามารถเลือกใช้ 4 คำถามนี้ในการถามเพิ่มเติมได้ เพื่อเป็นข้อมูลสำคัญในการตัดสินใจ

  • ถามถึงเหตุผลในการเปิดรับ → ตำแหน่งนี้เปิดขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาหรือตอบโจทย์อะไรของทีมในปัจจุบัน
  • ถามถึงโครงสร้างการทำงาน → คนที่เข้ามารับตำแหน่งนี้จะต้องทำงานร่วมกับใคร และรายงานตรงต่อใค
  • ถามถึงความคาดหวังระยะเริ่มต้น → ในช่วงเดือนแรกหลังเริ่มงาน บริษัทคาดหวังให้ส่งมอบผลงานหรือทำอะไรบ้าง
  • ถามถึงกรอบเวลา (Hiring Timeline) → ขั้นตอนการคัดเลือกหลังจากนี้เป็นอย่างไร และมีกรอบเวลาในการตัดสินใจจ้างงานชัดเจนเมื่อใด

การตรวจสอบประกาศควบคู่ไปกับการตั้งคำถามเกี่ยวกับเนื้องานจริงและกรอบเวลาการตัดสินใจ เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คนหางานมีข้อมูลที่รอบด้านขึ้น เพื่อประเมินว่าจะเลือกลงทุนเวลาและพลังงานกับโอกาสนั้นต่อไปหรือไม่

💡
แม้คำตอบที่ได้รับอาจไม่ได้ขจัดความไม่แน่นอนออกไปทั้งหมด แต่อย่างน้อยจะช่วยให้เรามีข้อมูลรอบด้านขึ้น ก่อนที่จะตัดสินใจลงทุนเวลาและพลังงานไปมากกว่านี้

เรียบเรียง: กิตติภพ ปานล้ำเลิศ

ที่มา

trending trending sports recipe

Share on

Tags