รออีกหน่อย รุ่นใหม่มา เดี๋ยวรุ่นเก่าก็ลดราคา คำพูดที่พวกเรามักจะพูดกันตลอดเวลา แต่วันนี้มันกลับไม่เป็นอย่างนั้น!
ใครกำลังวางแผนซื้อ iPhone ด้วยวิธีนี้ อาจต้องกลับมาเช็กราคากันอีกครั้ง เพราะหลัง Apple Event วันที่ 9 กันยายน 2026 สิ่งที่เปลี่ยนไปไม่ได้มีแค่รายชื่อโทรศัพท์รุ่นใหม่ แต่รวมถึงป้ายราคาของรุ่นเก่าที่ขยับขึ้นด้วย
The Verge รายงานว่า Apple ปรับราคาเริ่มต้นของ iPhone รุ่นเก่าที่ยังวางขายในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 100 ดอลลาร์ ตั้งแต่ iPhone 16, iPhone 17e, iPhone 17 ไปจนถึง iPhone Air
รุ่น iPhone 16
ราคาเริ่มต้นเดิม 699 ดอลลาร์
ราคาเริ่มต้นหลังจากเปิดตัว Apple Event 799 ดอลลาร์
iPhone 17e
ราคาเริ่มต้นเดิม 599 ดอลลาร์
ราคาเริ่มต้นหลังจากเปิดตัว Apple Event 699 ดอลลาร์
iPhone 17
ราคาเริ่มต้นเดิม 799 ดอลลาร์
ราคาเริ่มต้นหลังจากเปิดตัว Apple Event 899 ดอลลาร์
iPhone Air
ราคาเริ่มต้นเดิม 999 ดอลลาร์
ราคาเริ่มต้นหลังจากเปิดตัว Apple Event 1,099 ดอลลาร์
ตัวเลขนี้เป็นราคาเริ่มต้นในสหรัฐฯ ตามรายงาน ไม่ใช่ราคาไทย ราคาซื้อจริงอาจแตกต่างตามภาษี เงื่อนไขเครือข่าย และโปรโมชัน สำหรับคนที่อยากได้รุ่นล่าสุด การจ่ายแพงขึ้นอาจมาพร้อมกล้องใหม่ ชิปใหม่ หรือดีไซน์ใหม่ให้ชั่งใจ แต่สำหรับคนที่เล็งรุ่นเก่าไว้ สิ่งที่ต้องคำนวณคือเงินที่เพิ่มขึ้นเพื่อซื้อโทรศัพท์รุ่นเดิม
คำถามจึงตามมาว่า ทำไมสินค้าที่ผ่านช่วงเปิดตัวไปแล้ว ถึงไม่ได้ถูกลงตามอายุของมัน?
ส่วนหนึ่งของคำตอบเชื่อมไปถึงการแข่งขันที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรม AI Reuters รายงานตั้งแต่วันที่ 17 มิถุนายน 2026 ว่า Tim Cook ซึ่งขณะนั้นเป็น CEO ของ Apple ระบุว่าบริษัทมีแผนปรับราคาสินค้าเพื่อรับมือกับต้นทุนชิปหน่วยความจำและชิปจัดเก็บข้อมูลที่สูงขึ้น หลังความต้องการจากศูนย์ข้อมูล AI กดดันอุปทานของชิ้นส่วนเหล่านี้ ในเวลานั้น Cook ยังไม่ได้ระบุว่าจะขึ้นราคาสินค้ารุ่นใด เมื่อไร หรือเท่าไร แต่ทำให้เห็นว่าความกดดันด้านต้นทุนมีมาก่อนงานเปิดตัวเดือนกันยายนแล้ว
จุดที่น่าสนใจคือ โทรศัพท์รุ่นเก่า ก็ยังต้องเผชิญต้นทุนการผลิตในปัจจุบัน
แม้ดีไซน์จะเปิดตัวไปแล้ว แม้สเปกจะไม่ได้เปลี่ยน แต่เครื่องที่ยังต้องผลิตเพิ่มก็ยังต้องใช้ชิ้นส่วน และราคาชิ้นส่วนไม่ได้จำเป็นต้องลดลงตามเวลาที่สินค้าวางขาย ความเก่าของรุ่นจึงไม่ได้รับประกันว่าต้นทุนของเครื่องใหม่ที่ออกจากโรงงานจะถูกลงเสมอไป อย่างไรก็ตาม Apple ยังไม่ได้เปิดรายละเอียดให้แยกได้ว่า ราคาที่เพิ่มขึ้น 100 ดอลลาร์ของแต่ละรุ่นมาจากต้นทุนส่วนใดเท่าไร หรือมีปัจจัยด้านการกำหนดราคาอื่นร่วมด้วยแค่ไหน จึงยังสรุปไม่ได้ว่าทั้งหมดเกิดจาก AI เพียงอย่างเดียว
แต่ภาพที่ใหญ่กว่านั้นกำลังปรากฏขึ้นในตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดย Financial Times รายงานว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน AI และความต้องการหน่วยความจำที่เพิ่มขึ้นกำลังกดดันต้นทุนของสินค้าหลายประเภท ทั้งสมาร์ตโฟน, คอมพิวเตอร์ และเครื่องเล่นเกม นั่นหมายความว่า ผลกระทบจาก AI อาจเดินทางมาถึงผู้บริโภค แม้เขาจะไม่ได้ตั้งใจซื้อสินค้าเพื่อใช้ AI เลยก็ตาม เราอาจเพียงอยากเปลี่ยนโทรศัพท์ที่แบตเตอรี่เริ่มไม่ไหว ใช้ถ่ายรูป ตอบแชต และทำงานเหมือนเดิม แต่ราคาของเครื่องที่กำลังจะซื้อกลับเชื่อมโยงกับความต้องการจากศูนย์ข้อมูลที่อยู่ไกลออกไป
อีกเรื่องที่ควรมองคือ การขึ้นราคาเท่ากัน ไม่ได้สร้างภาระในสัดส่วนเท่ากัน
เมื่อคำนวณจากราคาเริ่มต้นเดิม การเพิ่มขึ้น 100 ดอลลาร์ของ iPhone 17e คิดเป็นประมาณ 16.7% ขณะที่ iPhone Air เพิ่มขึ้นประมาณ 10%
คนที่เลือกรุ่นราคาต่ำกว่าเพื่อควบคุมงบ จึงเผชิญส่วนต่างที่สูงกว่าเมื่อเทียบเป็นสัดส่วนของค่าเครื่องเดิม สถานการณ์ยิ่งน่าจับตาเมื่อ Apple Event ครั้งนี้ไม่มี iPhone 18 รุ่นมาตรฐานเปิดตัว โดยรุ่นที่ปรากฏตัวคือ iPhone 18 Pro, Pro Max และ iPhone Duo
สำหรับคนที่ไม่ได้ต้องการรุ่น Pro หรือจอพับ ทางเลือกบนร้านทางการจึงอยู่ในจังหวะที่ชวนคิด รุ่นมาตรฐานใหม่ยังไม่มา ขณะที่รุ่นเก่าบางรุ่นแพงขึ้นแล้ว แน่นอนว่าราคา Apple Store สหรัฐฯ ไม่ใช่ตัวแทนของราคาทุกร้านหรือทุกประเทศ ตัวแทนจำหน่ายอาจมีสต็อกและโปรโมชันต่างกัน และยังไม่ควรนำตัวเลขนี้ไปสรุปว่าราคาไทยปรับขึ้นในลักษณะเดียวกัน แต่ข่าวนี้ทำให้คำถามหลัง Apple Event เปลี่ยนไปเล็กน้อย จากที่เคยถามว่า “รุ่นใหม่มีอะไร จนเราควรจ่ายเพิ่ม?” คนที่ตั้งใจประหยัดด้วยการซื้อรุ่นเก่าอาจต้องถามว่า “ทำไมงบเดิมถึงซื้อเครื่องที่เล็งไว้ไม่ได้แล้ว?”
ที่มา
- Apple is raising iPhone prices by $100 on all of its old models
- Shop iPhone 17
- Apple to raise prices due to memory chip shortage, CEO Cook tells WSJ
- ‘RAMageddon’ hits consumer electronics as AI drains chip supply