เทคนิคจัดลำดับงานให้เสร็จไวในเวลาเท่าเดิมด้วย ‘ทฤษฎีกินกบ (Eat the Frog)’

เคยไหม? อยากให้งานเดินหน้า แต่ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มจากตรงไหน ลองเทคนิคจัดลำดับงาน ด้วยทฤษฎี ‘กินกบ (Eat the Frog)’ ที่ช่วยเพิ่ม productivity

Last updated on ก.พ. 5, 2026

Posted on ม.ค. 25, 2026

เวลามีงานเยอะ งานเร่ง งานยากกองอยู่เต็มโต๊ะ คุณจัดการกับมันยังไง?

ปัญหาในการจัดลำดับงานที่แสนยาก จนสุดท้ายกลายเป็นไม่เสร็จสักชิ้นยังคงเป็นปัญหาของคนทำงานทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน หรือลีดเดอร์ เมื่อจัดลำดับงานไม่ได้ ทำให้ทั้งเสียเวลา, รู้สึกล้า รวมถึงเกิดความเครียดสะสม ดังนั้นการมีวิธีจัดลำดับงานที่ดีจะช่วยให้งานเดินหน้า ไม่เสียเวลา และทำให้งานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และในบทความนี้เราจะพามารู้จักกับการจัดลำดับงานจาก ‘ทฤษฎีกินกบ (Eat the Frog)’

ก่อนจะพาไปรู้จักวิธีการจัดลำดับงาน ลองคอมเมนต์มาบอกกันหน่อยว่าเวลามี ‘งาน’ กองอยู่บนโต๊ะคุณจะเลือกจัดการด้วยวิธีไหนในเช็คลิสต์นี้

[ ] เลือกทำงานตามที่อยาก จะง่ายหรือยากไม่สนใจ 

[ ] เลือกทิ้งงานยากไว้ปิดท้าย และจัดการงานง่ายให้เสร็จก่อน 

[ ] เลือกทำงานตามเดดไลน์ รอให้ใกล้วันค่อยขยันทำโต้รุ่ง

[ ] เลือกทำงานตามพลังงานที่มี (เช่น สมองล้าก็เลือกทำงานที่ใช้เวลาน้อย เสร็จเร็ว)

[ ] เลือกทำงานแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ เสร็จบ้างไม่เสร็จบ้าง แล้วแต่อารมณ์จะพาไป 

หากอิงตาม ‘ทฤษฎีกินกบ (Eat the Frog)’ ที่ช่วยในการจัดการลำดับงานแล้ว การเลือกทำงานตามเช็กลิสต์ทั้ง 5 ข้อที่กล่าวมาถือเป็นการจัดลำดับงานที่ไม่ถูกต้อง และเป็นกับดักที่ทำให้การทำงานของเราไม่เสร็จเพราะกำลังหลีกเลี่ยงการทำสิ่งสำคัญไป รวมถึงยังส่งผลเสียต่อการทำงานในระยะยาวอีกด้วย 

ทฤษฎีกินกบ (Eat the Frog) ถูกคิดค้นโดยคุณ Brian Tracy ที่จะช่วยบริหารและจัดการเวลาในการทำงาน ด้วยการหยิบเรื่องยาก หรือเรื่องที่ไม่อยากขึ้นมาทำก่อน และเปรียบสิ่งที่ยากนั้นเป็น ‘กบ’ เพราะเชื่อว่าหากเราเริ่มต้นทำสิ่งที่ยากได้แล้ว หลังจากนั้นก็จะไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ 

และเหตุผลของที่การ ‘กินกบ (Eat the Frog)’ ช่วยจัดการให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นมีอยู่ 3 ข้อ ประกอบด้วย 

1. ช่วยสร้างแรงจูงใจในการทำงาน เพราะเมื่อทำงานที่ยากของวันได้สำเร็จแล้ว งานที่เหลือในวันนั้นจะเป็นงานที่ทำได้ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องรู้สึกกลัวหรือกดดัน ซึ่งช่วยกระตุ้นแรงจูงใจให้จัดการงานอื่น ๆ ต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

2. ช่วยให้ได้ใช้สมองในตอนที่พร้อมที่สุด เพราะคนส่วนใหญ่มักจะมีความเร็ว พลัง และความแม่นยำที่สุดในช่วงเช้า ดังนั้นเมื่อจัดงานที่ยากให้เหมาะกับพลังงานของสมองที่กำลังตื่นตัว จะช่วยให้งานออกมามีประสิทธิภาพมากกว่าไปทำในช่วงที่สมองไม่พร้อมนั่นเอง

3. ช่วยเพิ่มโฟกัสในการทำงาน เพราะการทำงานที่ยากทุกชิ้นต้องใช้สมาธิ ดังนั้นเมื่อทำงานด้วยสมาธิและสมองที่ตื่นตัว ก็จะทำให้มุ่งเป้าหมายไปที่งานชิ้นนั้นอย่างเต็มที่ และมีประสิทธิภาพมากกว่าการทำหลาย ๆ อย่างพร้อมกันในช่วงเวลาเดียว

บทความของ Fast Company กล่าวว่า “ไม่กี่ปีที่ผ่านมามีนักวิทยาศาสตร์พบว่า ‘ทฤษฎีกินกบ (Eat the Frog)’ มีพลังมากกว่าที่คิด สามารถช่วยเพิ่มความพึงพอใจ แรงจูงใจ และประสิทธิภาพในการทำงาน พร้อมทั้งช่วยให้เราจบวันด้วยความรู้สึกสดชื่นมากขึ้น” ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าการใช้ทฤษฎี ‘กินกบ (Eat the Frog)’ ช่วยในการจัดลำดับได้ดี


5 ขั้นตอนในการเลือก ‘กบ’ ที่ควร ‘กิน’ 

ก่อนจะกินกบตัวไหน ควรรู้ก่อนว่าอะไรที่เป็น ‘กบ’ สำหรับทฤษฎีกินกบ (Eat the Frog) มีวิธีในการระบุงานที่เป็นกบ อยู่ 5 ขั้นตอนตามตัวอักษร ‘ABCDE’ ได้แก่

A - กบที่ควรกินก่อน

หมายถึง งานที่สำคัญที่สุด ควรทำให้เสร็จเพื่อไม่ให้มีผลที่ร้ายแรงตามมา (เช่น สูญเสียลูกค้า รายได้ลด) 

B - กบที่ควรกินรองลงมา

หมายถึง งานสำคัญ แต่ผลที่ตามมาไม่ร้ายแรงเท่า A 

C - กบที่ไม่ต้องรีบกินก็ได้ 

หมายถึง งานทั่วไป ไม่เร่งด่วน และไม่มีผลกระทบเป็นพิเศษ

D - กบที่ให้คนอื่นกินแทนได้

หมายถึง งานที่สามารถมอบหมายให้คนอื่นทำแทนได้ 

E - กบที่ไม่ต้องกิน

หมายถึง งานที่สามารถตัดทิ้ง หรือไม่ต้องทำก็ได้ (เช่น งานที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมาย)

หากคุณเลือกกินกบได้ถูกตัว การจัดการลำดับงานจะดีมากยิ่งขึ้น รวมถึงประสิทธิภาพของงานชิ้นนั้น ๆ ก็จะดีขึ้นตามไปด้วย อย่างที่คุณ Mark Twain เคยกล่าวไว้ว่า

“If it's your job to eat a frog, it's best to do it first thing in the morning. And if it's your job to eat two frogs, it's best to eat the biggest one first.” ถ้าคุณต้องกินกบเป็น ๆ สิ่งแรกที่ควรทำตอนเช้าคือ "กินเลย" เพราะเมื่อคุณทำเรื่องยากที่สุดสำเร็จไปแล้ว อะไรที่แย่กว่านั้นก็คงไม่มีอีก ทำให้วันนั้นเหลือแต่เรื่องดี ๆ ให้เจอ หรืออย่างน้อยก็รู้สึกดีกว่าเดิม

เมื่อนำทฤษฎีกินกบ (Eat the Frog) มาปรับใช้ในการจัดลำดับงานในชีวิตประจำวัน ก็จะช่วยลดนิสัยของการผัดวันประกันพรุ่ง, ลดภาวะการหมดไฟที่มาจากความเครียดของการทำงาน, พัฒนาการบริหารเวลา และเพิ่มความสำเร็จในรายวันมากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม กบแต่ละตัวของแต่ละคนจะไม่เหมือนกัน ดังนั้นคุณต้องเป็นคนเลือก ‘กบ’ ที่ต้องการ ‘กิน’ ด้วยตัวเอง เมื่อเลือกได้แล้วก็ต้องฝึกให้เป็นนิสัยเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพที่ยั่งยืนในระยะยาว 


💡
สุดท้ายนี้ การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพไม่ใช่การฝืนเพื่อทำทุกอย่างให้เสร็จ แต่คือการทำสิ่งที่ควรทำให้เสร็จก่อน หลังจากอ่านบทความนี้จบ อยากให้ผู้อ่านทุกคนลองหาว่า ‘กบ’ ตัวไหนในวันพรุ่งนี้ ที่คุณจะเลือก ‘กิน’ เป็นตัวแรกในตอนเช้า

แปล เรียบเรียง: ธัญวรัตน์ ปกรณ์รัศมี

ที่มา

trending trending sports recipe

Share on

Tags